รายงานสถานการณ์แรงงานจังหวัดพิษณุโลก ไตรมาส 1 ปี 2553 (มกราคม - มีนาคม 2553)

 

ดาวโหลดสถานการณ์แรงงานจังหวัดพิษณุโลก ไตรมาส 1 ปี 2553

                          คลิก => http://phitsanulok1.mol.go.th/pdf/12553.pdf 

 

 

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร


          สถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดพิษณุโลก จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอภาวะการมีงานทำ การจ้างงาน การพัฒนาฝีมือแรงงาน การคุ้มครองแรงงานและการประกันสังคม ในภาพรวมของจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งจัดทำเป็นรายไตรมาส ฉบับนี้เป็นไตรมาส 1 ปี 2553 (มกราคม - มีนาคม 2553) มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบาย / คาดการณ์ ภาวะการมีงานทำ คุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานในจังหวัดพิษณุโลกในภาพรวมประกอบการศึกษาแนวโน้มภาวะการทำงานของจังหวัดพิษณุโลก อันจะส่งผลต่อความสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในจังหวัดพิษณุโลก

          สถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดพิษณุโลก ไตรมาสที่ 1 ปี 2553  มีรายละเอียดสรุปได้ดังนี้

สภาพเศรษฐกิจ

           สำนักงานคลังจังหวัดพิษณุโลก รายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ปี 2551p (ณ ราคาคงที่ ปี 2531) พบว่าอุตสาหกรรมที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) สาขาพืชผล ปศุสัตว์ และการป่าไม้   (ร้อยละ 21.95 ของ GPP)   2) การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ฯ (ร้อยละ 18.92 ของ GPP)  3) สาขาอุตสาหกรรม (ร้อยละ 9.85 ของ GPP) ดัชนีผู้บริโภคของจังหวัดพิษณุโลก (มกราคม - มีนาคม 2553) เท่ากับ 116.1 การจดทะเบียนนิติบุคคลจัดตั้งใหม่ ไตรมาสนี้ไม่มี มีการจดทะเบียนโรงงานอุตสาหกรรม 2 ราย เงินลงทุน 9,500,000.-บาท คือ อุตสาหกรรมไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้  มีเงินทุน 5,000,000.-บาท สามารถเพิ่มแรงงานได้ 6 คน และอุตสาหกรรมอโลหะ มีเงินทุน 4,500,000.-บาท สามารถเพิ่มแรงงานได้ 4 คน

สถานการณ์ด้านแรงงาน

           ประชากรและกำลังแรงงาน จากข้อมูลภาวะการทำงานจังหวัดพิษณุโลก ของสำนักงานสถิติจังหวัดพิษณุโลก พบว่าประชากรผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไปมีจำนวน 685,826 คน เป็นผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 492,163 คน  ผู้มีงานทำ 483,874 คน  ผู้ว่างงาน 4,703 คน

          การมีงานทำ ผู้มีงานทำจำนวน 483,874 คน เป็นผู้มีงานทำนอกภาคเกษตรกรรม มีจำนวน 262,637 คน หรือร้อยละ 54.28 (ของผู้มีงานทำ)  ผู้มีงานทำในภาคเกษตรกรรม มีจำนวน 221,237 คน หรือร้อยละ 45.72 ผู้ทำงานนอกภาคเกษตรส่วนใหญ่ทำงานในสาขาการขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ รถจักรยานยนต์ มากที่สุด จำนวน 66,653 คน  คิดเป็นร้อยละ 25.38 ของผู้มีงานทำนอกภาคเกษตรกรรม รองลงมา คือการก่อสร้าง มีจำนวน 41,761 คน คิดเป็นร้อยละ 15.90 ที่เหลือทำงานอยู่ในสาขาอื่นๆ และผู้มีงานทำส่วนใหญ่มีการศึกษาต่ำกว่าประถมศึกษา จำนวน 169,511  คน คิดเป็นร้อยละ 35.03

          การว่างงาน ผู้ว่างงานในจังหวัดพิษณุโลก ในไตรมาส 1 ปี 2553 (ณ เดือนมกราคม 2553) มีประมาณ 4,703 คน คิดเป็นอัตราการว่างงาน ร้อยละ 0.96 (ของผู้อยู่ในกำลังแรงงาน) และหากพิจารณาการว่างงานของเพศหญิงและเพศชายพบว่าอัตราการว่างงานของเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 0.53 ซึ่งน้อยกว่าเพศหญิงที่มีอัตราการว่างงาน คิดเป็นร้อยละ 1.43

          การบริการจัดหางานในประเทศ ในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2553 (มกราคม - มีนาคม 2553) นายจ้าง / สถานประกอบการ ได้แจ้งตำแหน่งงานว่าง จำนวน 916 อัตรา โดยมีผู้สมัครงาน 1,770 คน และการบรรจุงานมีจำนวน 986 คน อัตราบรรจุงานต่อผู้ลงทะเบียนสมัครงาน คิดเป็นร้อยละ 55.71

          การจัดหางานต่างประเทศ ในช่วงไตรมาสที่ 1 ( มกราคม - มีนาคม 2553) สำนักงานจัดหางานจังหวัดพิษณุโลก รับแจ้งจากแรงงานที่ประสงค์ไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 109 คน มีการอนุญาตให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศ รวม 214 คน ส่วนใหญ่เป็น Re-Entry (กลับไปทำงานอีกครั้ง) โดยการต่ออายุสัญญา 209 คน และเดินทางด้วยตนเอง 5 คน

แรงงานต่างด้าว ที่เข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฎหมายและได้รับอนุญาตให้ทำงานในจังหวัดพิษณุโลก ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2553 มีจำนวน 223 คน โดยส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่อนุญาตให้เข้ามาอยู่ชั่วคราว  มีจำนวน 177 คน รองลงมาคือ ประเภทมาตรา 12 มีจำนวน 43 คน และประเภทส่งเสริมการลงทุน จำนวน 3 คน ส่วนแรงงานต่างด้าวประเภทตลอดชีพพบว่าไม่มี

          สำหรับแรงงานต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรี เป็นแรงงานที่ได้รับอนุญาตให้มาทำงานเป็นการชั่วคราว 3 สัญชาติ คือ พม่า ลาว กัมพูชาในจังหวัดพิษณุโลก มีจำนวนทั้งสิ้น 1,008 คน พบว่า สัญชาติพม่า มีจำนวนมากที่สุดจำนวน 839 คน คิดเป็นร้อยละ 83.23 รองลงมาคือสัญชาติลาวและกัมพูชา จำนวน 106 คน และ 63 คน คิดเป็นร้อยละ 10.52 และ 6.25 ตามลำดับ

                การพัฒนาศักยภาพแรงงานจังหวัดพิษณุโลก โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาค 9 พิษณุโลก (ข้อมูลระหว่าง เดือนมกราคม - มีนาคม 2553) มีการฝึกเตรียมเข้าทำงาน จำนวน 200 คน กลุ่มอาชีพที่มีการฝึกเตรียมเข้าทำงานสูงสุด คือ สาขาช่างอุตสาหกรรมศิลป์ มีจำนวน 115 คน คิดเป็นร้อยละ 57.50 รองลงมา คือธุรกิจและบริการ มีจำนวน 40 คน    คิดเป็นร้อยละ 20

          สำหรับการฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน มีการฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน จำนวน 498 คน โดยกลุ่มอาชีพที่ฝึกยกระดับฝีมือสูงสุด คือธุรกิจและบริการ จำนวน 252 คน คิดเป็นร้อยละ 50.60 รองลงมา คือ กลุ่มช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์  มีจำนวน 121 คน คิดเป็นร้อยละ 24.30 มีผู้ผ่านการฝึก จำนวน 449 คน คิดเป็นร้อยละ 90.16 การทดสอบมาตรฐานฝีมือมีผู้เข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานทั้งสิ้น 385 คน สาขาที่เข้าทดสอบฝีมือมากที่สุด คือช่างอุตสาหการ มีจำนวน 154 คน    คิดเป็นร้อยละ 40 รองลงมาคือสาขาธุรกิจและบริการ มีผู้เข้ารับการทดสอบ จำนวน 80 คน คิดเป็นร้อยละ 20.78 มีผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานครั้งนี้ จำนวน 334 คน คิดเป็นร้อยละ 86.75

          การคุ้มครองแรงงาน จากการตรวจสถานประกอบการของสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 171 แห่ง มีลูกจ้างที่ผ่านการตรวจ จำนวน 4,960 คน สถานประกอบการที่ตรวจส่วนใหญ่เป็นสถานประกอบการขนาดเล็ก คือ ต่ำกว่า 20 คน โดยสถานประกอบการร้อยละ 92.40 ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย

          สถานประกอบการที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายมีร้อยละ 7.60เป็นสถานประกอบการขนาด 10-19 คน ที่มีสัดส่วนการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายมากที่สุด คือร้อยละ 46.15 ของสถานประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

          เรื่องที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายมากที่สุด คือ เรื่องข้อบังคับมีร้อยละ 61.54 รองลงมาคือค่าจ้างขั้นต่ำ การจ่ายค่าจ้าง และค่าล่วงเวลาและค่าทำงานตามลำดับ

          การตรวจความปลอดภัยในการทำงานมีการตรวจความปลอดภัยในสถานประกอบการทั้งสิ้น 81 แห่ง ลูกจ้างที่ผ่านการตรวจ จำนวน 2,962 คน พบว่าสถานประกอบการที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายความปลอดภัย จำนวน 75 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 92.59 ปฏิบัติไม่ถูกต้อง จำนวน 6 แห่ง คิดเป็น     ร้อยละ 7.41

          การประกันสังคม ข้อมูล ณ ไตรมาส 1 ปี 2553 พบว่าจังหวัดพิษณุโลกมีสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม จำนวน 2,927 แห่ง ผู้ประกันตนทั้งสิ้น 47,246 คน และมีสถานพยาบาลในสังกัดประกันสังคม   ที่เป็นสถานพยาบาลของรัฐบาลทั้งหมด จำนวน 3 แห่ง

          กองทุนประกันสังคม ข้อมูล ณ ไตรมาส 1 ปี 2553 มีเงินกองทุน 79,783,008 บาท จำนวนผู้ใช้บริการมีจำนวน 19,701 คน คิดเป็นร้อยละ 41.70 ของผู้ประกันตนทั้งหมด ประเภทประโยชน์ทดแทนที่ผู้ประกันตนใช้บริการสูงสุด ได้แก่ กรณีสงเคราะห์บุตร มีจำนวน 9,327 ราย คิดเป็น    ร้อยละ 47.34 ของผู้ใช้บริการทั้งหมด สำหรับปริมาณการจ่ายเงินประโยชน์ทดแทนพบว่าการจ่ายเงินกรณีคลอดบุตรมีการจ่ายเงินสูงสุดถึง 11,836,236.- บาท  คิดเป็นร้อยละ 28.86 ของเงินประโยชน์ทดแทนที่จ่าย